fbpx

ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ เกิดจากอะไร มีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ เกิดจากอะไร มีอะไรบ้าง
ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ เกิดจากอะไร มีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ เกิดจากอะไร มีอะไรบ้าง

การฉีดฟิลเลอร์ ถือว่าเป็นหัตถการความสวยความงามที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะจะมอบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และที่สำคัญมีความปลอดภัยสูงเป็นอย่างมาก ซึ่งหลายๆ คนที่ฉีดฟิลเลอร์มาแทบจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลย เพราะอาการแพ้ หรือผลข้างเคียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาจากการฉีดฟิลเลอร์แทบจะน้อยมากๆ เพราะตัวยาที่นำมาใช้งานเป็น สารไฮยาลูรอนิกแอซิด ตัวยาชนิดนี้จะมีความปลอดภัยสูง ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการทดสอบก่อนเข้าบริการ ตัวยาจะมีความคงตัว เห็นผลลัพธ์ที่ยาวนาน เมื่อเวลาผ่านไปสารชนิดดังกล่าวก็จะสลายไปเองได้ตามธรรมชาติ แต่ถึงจะมีข้อดีต่างๆ มากมาย และมีความปลอดภัยมากขนาดไหน ก็ยังมีบางกรณีที่อาจจะทำให้เกิดการแพ้ได้ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูผลข้างเคียง และอันตรายต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากฉีดฟิลเลอร์ ที่ถึงแม้จะเป็นส่วนน้อยมากก็ตาม

ใครบ้างที่ไม่เหมาะสมกับการเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์

ถึงแม้ว่าสรรพคุณของการฉีดฟิลเลอร์จะมีดีขนาดไหน และมีความปลอดภัยมากขนาดไหน แต่ทุกหัตถการก็จะมีข้อยกเว้นอยู่เสมอ เช่นเดียวกันกับการฉีดฟิลเลอร์ เพราะก็มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้ารับบริการที่เป็นข้อยกเว้น ดังต่อไปนี้

  • 1.ผู้ที่ไม่เหมาะสมในการเข้ารับการบริการฉีดฟิลเลอร์ก็คือ ผู้ที่มีอาการแพ้ฟิลเลอร์ หรือแพ้สารไฮยาลูรอนิก แอซิด ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เด็ดขาด
  • 2.ผู้ที่ไม่เหมสะสมในการเข้ารับการบริการฉีดฟิลเลอร์ก็คือ สตรีมีครรภ์ ผู้ที่ให้นมบุตร
  • 3.ผู้ที่ไม่เหมาะสมในการเข้ารับการบริการฉีดฟิลเลอร์ก็คือ ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก มีแผลฟกช้ำง่าย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (ASA), ยาแก้อักเสบปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (NSAIDS), ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Warfarin), วิตามินอี (Vitamin E), สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko biloba) เป็นต้น
  • 4.ผู้ที่ไม่เหมาะสมในการเข้ารับการบริการฉีดฟิลเลอร์ก็คือ ผู้ป่วยที่เป็นเริม หรืองูสวัดอยู่ เพราะถ้าหากเข้ารับการบริการฉีดฟิลเลอร์อาจจะทำให้อาการกำเริบมากขึ้นได้

อาการแพ้ และผลข้างเคียง ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากการฉีดฟิลเลอร์

ต่อให้การฉีดฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยมากขนาดไหน ก็ยังถือว่ามีผลข้างเคียง หรืออาการแพ้ฟิลเลอร์เพียงเล็กน้อย ซึ่งจะมีให้เห็นน้อยมากๆ ซึ่งอาการดังกล่าวจะถูกแบ่งออกมาได้หลายประเภทดังต่อไปนี้

  • 1.อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดฟิลเลอร์ จะเกิดรอยแดง หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
  • 2.อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดฟิลเลอร์ จะเกิดรอยนูน หรือผิวไม่เรียบ (beading) เนื่องจากใช้เทคนิคการฉีดที่ตื้นเกินไป เช่น การฉีดในบริเวณที่ชั้นผิวมีความบาง การฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินไป หรือเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้เห็นฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือเป็นรอยนูนได้ เพราะฉะนั้นความชำนาญการของแพทย์จึงถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก
  • 3.อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ จะเกิดปัญหาการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์ โดยฟิลเลอร์มีการเคลื่อนออกออกจากตำแหน่งที่ฉีด ไปยังบริเวณข้างเคียงที่ไม่ต้องการ มักเกิดเมื่อมีการฉีดฟิลเลอร์ใกล้ๆ กับกล้ามเนื้อที่มีการขยับบ่อยๆ ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากที่สัมผัสกับบริเวณจุดที่ฉีดฟิลเลอร์มากจนเกินไป
  • 4.อาการแพ้ฟิลเลอร์ หลังจากเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ จะมีลักษณะเป็นก้อน นูน แดงอักเสบ ซึ่งอาการแพ้ชนิดนี้บางครั้งอาจพบได้ ภายหลังการฉีด
  • 5.อาการแพ้ฟิลเลอร์ หลังจากที่เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ จะมีลักษณะเป็นผื่น ลมพิษแบบรุนแรง (angioedema) จะพบได้น้อยมาก หากมีอาการต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษา
  • 6.การติดเชื้อภายหลังการฉีดฟิลเลอร์ มีอาการตั้งแต่ ปวดบวม แดง ร้อน มีตุ่ม หรือก้อนหนองบริเวณที่ฉีด เนื่องจากเทคนิควิธีการฉีดที่ไม่สะอาด คลินิกไม่ได้มาตรฐาน หรือฉีดกับหมอกระเป๋า
  • 7.ปัจจัยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาจากการฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง โดยฉีดเข้าไปโดนบริเวณหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงอาจทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดได้นำไปสู่อาการเนื้อตาย (necrosis) บริเวณที่เส้นเลือดนั้นมาเลี้ยง
  • 8.ปัจจัยความเสี่ยงที่มีความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายหลังจากฉีดฟิลเลอร์ นั่นก็คือ ตาบอด เนื่องจากสาเหตุการเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปอุดตัน บีบ หรือกดหลอดเลือดแดง (supratrochlear and supraorbital artery) ซึ่งมีแขนงต่อไปที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา (ophthalmic artery) มีผลทำให้สูญเสียการมองเห็นได้

จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่แล้วปัญหาความเสี่ยง ผลข้างเคียง และอันตราย มักจะเกิดขึ้นมาจากการที่เข้ารับบริการคลินิกเสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐาน แพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่มีเทคนิคในการฉีดที่ถูกต้อง ผลิตภัณฑ์ที่นะมาใช้ไม่ได้คุณ และไม่ได้มาตรฐาน ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลโดยตรง ซึ่งถ้าหากเลือกใช้บริการคลินิกเสริมความงามที่ได้มาตรฐานอย่าง บี คลินิก B Clinic คลินิกเสริมความงามชั้นนำ ก็จะช่วยให้มีความปลอดภัย อุ่นใจมากขึ้น เพราะที่นี่เปิดให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุขโดยตรง เพราะฉะนั้นทุกหัตถการจะได้มาตรฐานอย่างแน่นอน เพื่อความปลอดภัยมากที่สุด และความเปลี่ยนแปลงที่พึงพอใจมากที่สุด ให้ บี คลินิก B Clinic คลินิกเสริมความงามชั้นนำ เป็นผู้ช่วยในเรื่องความสวยความงามของคุณ

สำหรับใครที่สนใจหัตถการต่างๆ ที่ บี คลินิก B Clinic สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

Scroll to Top