fbpx

สิวหิน สิวข้าวสาร คืออะไร? กดก็ไม่ดี บีบก็ไม่หาย จะรักษาและป้องกันยังไงดี?

สิวหิน สิวข้าวสาร คืออะไร? กดก็ไม่ดี บีบก็ไม่หาย จะรักษาและป้องกันยังไงดี?

สิวหิน สิวข้าวสาร คืออะไร? กดก็ไม่ดี บีบก็ไม่หาย จะรักษาและป้องกันยังไงดี?

ในบางครั้ง บนใบหน้าของเราก็อาจเกิดตุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่ยอมหายไป ทำให้ผิวมีความจรุจระ ไม่สวยงาม ลดความมั่นใจ แต่คุณรู้หรือไม่? ว่าตุ่มที่ขึ้นบนใบหน้าเราบางครั้งก็ไม่ใช่สิวทั่วไป แต่เป็นตุ่มสิวหิน สิวข้าวสาร ซึ่งต้องอาศัยวิธีการกำจัดที่แตกต่างออกไป บทความนี้ B Clinic จะพาไปทำความรู้จักกับสิวหิน สิวข้าวสาร ว่าเป็นอย่างไร มีการรักษาแบบไหน และสามารถป้องกันไม่ให้เกิดหรือกันการเกิดซ้ำได้หรือไม่

สิวหิน สิวข้าวสาร คืออะไร? แตกต่างกันหรือไม่?

สิวหินกับสิวข้าวสาร แม้จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เกิดในบริเวณใกล้เคียงกันมาก ๆ แต่สิวทั้ง 2 ชนิดนี้ไม่เหมือนกัน โดยมีข้อแตกต่างทั้งสาเหตุการเกิด อายุที่พบ และระยะเวลาที่เป็น

  • สิวหิน (Syringoma) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็งสีขาวขุ่นหรือสีเหลือง ขนาดเล็กราว 1-3 มิลลิเมตร ไม่มีอาการเจ็บหรือคัน คล้ายสิวผด แต่หากว่ากันตามจริงแล้ว มันไม่ใช่สิว ในทางการแพทย์เจ้าสิวหินคือเนื้องอกของท่อเหงื่อ ซึ่งไม่มีอัตรายใด ๆ ไม่กลายเป็นเนื้อร้าย เพียงแต่ทำให้ใบหน้าเกิดความไม่สวยงามหรือเรียบเนียน เมื่อลูบไปจะมีความตะปุ่มตะป่ำ สากนิ้ว มักขึ้นบริเวณรอบดวงตาซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย อีกทั้งยังใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะหายไปเองตามธรรมชาติ จะเริ่มพบได้ในช่วงวัยรุ่น และมีการขยายตัวเพิ่มเมื่ออายุมากขึ้น
  • สิวข้าวสาร (MILIA) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous Cyst) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก มีสีขาวคล้ายเม็ดข้าวสาร แข็งเล็กน้อย และอาจมีอาการคันร่วมด้วย เกิดจากการอุดตันของท่อเหงื่อ เพราะมีการรบกวนผิวเกิดขึ้น เช่น การอุดตันหลังแผลที่ผิวหนังเพิ่งหาย หรือมีการขัดถู เสียดสีซ้ำๆ พบได้บ่อยบริเวณรอบตา โหนกแก้ม และจมูก สิวข้าวสารจะหายเองใน 2-3 สัปดาห์ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในทารก วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่

สิวหิน สิวข้าวสาร จะรักษาได้อย่างไร?

การกดสิวแบบธรรมดาทั่วไปด้วยตัวเอง อาจไม่เหมาะกับสิว 2 ชนิดนี้เท่าไหร่ แม้เราจะสามารถใช้เข็มสะกิดออกได้ ทว่าอุปกรณ์จะต้องมีความสะอาดมาก และการกดสิวเองอาจทิ้งรอยหรือเกิดแผลเป็นได้ ดังนั้นการพึ่งมือหมอและเครื่องมืออื่น ๆ จะเป็นคำตอบที่ดีกว่าสำหรับการรักษาสิวหินและสิวข้าวสาร

  • เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Laser) สามารถกำจัดสิวออกได้โดยไม่ทำให้เลือดออก แม้หลังทำอาจมีอาการบวมแดงและแผลตกสะเก็ด แต่จะเกิดแผลเป็นได้น้อย ควรเลี่ยงการเจอแดด 1 สัปดาห์
  • เครื่องจี้ไฟฟ้า (Electrosurgery) เป็นการใช้ความร้อนในการทำลายเนื้อเยื่อและเส้นเลือดในก้อนเนื้องอกให้ฝ่อลง
  • รักษาด้วยความเย็น (Liquid Nitrogen) จะต้องดูแลการรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ โดยจะใช้ความเย็นจากไนโตรเจนเหลวกำจัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติจนหลุดออกจากผิวหนัง

สิวหิน สิวข้าวสาร ป้องกันได้! กับหัตถการผิวสวยไกลสิวที่ B Clinic

สิวหิน สิวข้าวสาร สามารถป้องกันการเกิดได้ แม้บางครั้งอาจจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยด้านพันธุกรรมและอายุก็ตาม ทว่าหากเราหมั่นดูแลรักษาความสะอาดบนใบหน้า เติมวิตามิน และสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้ผิวหน้าเรามีความแข็งแรง และลดโอกาสเกิดสิวหินสิวข้าวสารได้ โดยหัตถการดี ๆ ที่ B Clinic อยากแนะนำ มีดังนี้

1.ปรนนิบัติผิว 6 ขั้นตอน กับโปรแกรม ‘Aura Skin’

การล้างหน้าธรรมดาในยุคที่ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งเกินค่ามาตรฐานเช่นนี้ อาจไม่เพียงพอที่จะเอาสิ่งสกปรก มลภาวะร้ายแรงเหล่านี้ออกจากใบหน้าได้หมดจด ซึ่งเมื่อสะสมนาน ๆ ก็จะทำลายผิวของเรา จนเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ผดผื่น ความหมองคล้ำ ทำให้ผิวเสื่อมโทรมและหน้าแก่ก่อนวัย โปรแกรม “Aura Skin” คือทางเลือกในการขจัดสิ่งสกปรกลึกถึงรูขุมขน บำบัดทำความสะอาดผิวด้วยโมเลกุล Oxygen บริสุทธิ์ขนาดเล็ก พร้อมผลักผิวตามินที่จำเป็นต่อผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน กระตุ้นให้ผิวหน้ากระชับ เนียนใส ช่วยให้เซลล์ใต้ผิวหนังแข็งแรง หากอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีควรทำติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป

2.ฉีดมาเด้คอลลาเจน ดีท็อกซ์ผิวให้สวยใส

การฉีดมาเด้คอลลาเจน (Made Collagen) ด้วยเทคนิคการฉีด 16 จุดทั่วใบหน้าตามตำแหน่งของต่อมน้ำเหลือง จะเข้าไปกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง เกิดการดีท็อกซ์สารพิษตกค้างในผิวได้เป็นอย่างดี ช่วยฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับเซลล์ ส่งผลให้ผิวหน้ากระจ่างใสสุขภาพดี ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติประกอบด้วยวิตามินรวม คอลลาเจน แร่ธาตุเอนไซม์ และ พลาสเซนต้า หากฉีดมาเด้คู่กับการทำโปรแกรม Aura Skin จะยิ่งช่วยเผยผิวใส อิ่มฟู ดูสุขภาพดีมากๆ

3.ฉีดรีจูรัน เสริมเกราะแกร่ง ลดโอกาสเกิดสิวหิน

การฉีดรีจูรัน (Rejuran) ที่มีสาร Polyneucleotide (PN) ความเข้มข้น 2% ซึ่งสกัดมาจาก DNA ของปลาแซลมอน มาฉีดเพื่อฟื้นฟูผิวหน้าในระดับชั้นผิวหนังแท้ พร้อมผลลัพธ์ 8 ประการที่ทำให้เหมือนผิวเกิดใหม่ ทั้งฉ่ำวาว กระจ่างใส ช่วยกระชับรูขุมขน ปรับสมดุลให้ผิวได้อย่างเหมาะสม

บทความนี้ B Clinic ได้พาไปรู้จักกับสิวทั้ง 2 ชนิด รวมถึงการรักษาและป้องกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากไม่อยากให้เกิดปัญหาสิวบนใบหน้าของเรา ควรดูแลตัวเองในขั้นพื้นฐานตั้งแต่การนอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ และรักษาความสะอาดบนใบหน้าให้ดีอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้อยู่ห่างไกลจากสิวทุกชนิดได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

ติดต่อ บี คลินิก (B Clinic) คลินิกเสริมความงามที่ดีที่สุด ได้ที่

  • Tel : 096-596-9665
  • Facebook : https://www.facebook.com/Bclinic.Bclinic.official/
  • LINE : https://page.line.me/?accountId=bclinic
  • Instagram : https://www.instagram.com/bclinic.official/
  • Email : Admin@Bclinic.co.th
  • Website : https://www.bclinic.co.th
Scroll to Top