fbpx

หลุมสิวผิวเป็นบ่อ! ปัญหากวนใจเหล่านี้เกิดจากอะไร ใช้วิธีไหนรักษาได้บ้าง?

หลุมสิวผิวเป็นบ่อ! ปัญหากวนใจเหล่านี้เกิดจากอะไร ใช้วิธีไหนรักษาได้บ้าง?

หลุมสิวผิวเป็นบ่อ! ปัญหากวนใจเหล่านี้เกิดจากอะไร ใช้วิธีไหนรักษาได้บ้าง?

คนที่มีปัญหาเรื่องสิวส่วนใหญ่มักมีเรื่องของหลุมสิวตามพ่วงมาด้วย จากการดูแลรักษาไม่ถูกวิธี ทำให้ผิวหน้าเป็นรอยขรุขระ ไม่เรียบเนียน มองแล้วไม่สวยงาม ปัญหานี้อาจกำลังบั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคนอย่างร้ายแรง ยิ่งในสังคมที่ให้ค่ากับ Beauty Standard เช่นนี้ การบุลลี่ย่อมมีอยู่อย่างแน่นอน แม้ B Clinic จะสนับสนุนให้ทุกคนมีความมั่นใจในความสวยงามของตนเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาหลุมสิวนั้นเป็นตัวลดทอนที่สำคัญจริง ๆ บทความนี้จึงจะพามารู้จักกับต้นตอของสาเหตุการมีหลุมสิวบนใบหน้า พร้อมวิธีรักษาอย่างเห็นผล เรียกความมั่นใจกลับมาได้อย่างเต็มเปี่ยม

หลุมสิว คืออะไร?

หลุมสิว (Atrophic Scars) คือ รอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวอักเสบและได้รับการดูแลรักษาอย่างไม่ถูกวิธี  ทำให้แผลสมานกันไม่สมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็นในระยะเวลาปกติ 7-10 วัน ซึ่งแผลจากสิวก็จะหายไปเองในกระบวนการซ่อมแซมผิวนี้ อันได้แก่การสร้างเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจนล้อมรอบบริเวณที่มีการอักเสบ แต่การอักเสบที่รุนแรงหรือปัจจัยก่อกวนภายนอกที่ก่อให้เกิดการอักเสบเพิ่ม ทำให้ผิวเป็นรอยบุ๋มในจุดที่เคยเป็นสิวนั่นเอง

  • การกดสิว บีบสิวเอง ทำให้มีการอักเสบเพิ่มขึ้น เกิดโอกาสเป็นหลุมสิวเพิ่มขึ้น ซึ่งรอยแผลเป็นจากสิวที่รุนแรง มีหลุมมสิว พบได้ประมาณ 22%
  • เชื้อแบคทีเรีย P.acnes โดยเฉพาะสิวหัวช้าง สิวเม็ดใหญ่ที่มีความอักเสบรุนแรง จะทำลายคอลลาเจนและเนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้เกิดเป็นหลุมสิวที่ลงลึกถึงผิวหนังชั้นใน
  • การเป็นอีสุกอีใสและการจี้ไฝ ก็สามารถทำให้เกิดปัญหาหบุมสิวได้เช่นกัน

สิวอะไรที่ทำให้เกิดหลุมสิว

  • สิวหัวช้าง (Cyst) มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดง ภายในเต็มไปด้วยหนอง ก้อนจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และมีเม็ดไตแข็ง ๆ อยู่ใต้ชั้นผิว เกิดจากการอักเสบรุนแรงในรูขุมขน ทำให้มีการบวมและอักเสบเกิดขึ้น หากปล่อยไว้นานอาจเป็นแผลเป็นหรือหลุมสิวได้ สิวประเภทนี้ไม่ควรบีบหรือกดออกเองเป็นอันขาด มิเช่นนั้นอาจอักเสบมากขึ้นกว่าเดิม
  • สิวอักเสบรุนแรง (Pustule) หรือสิวหัวหนอง มีลักษณะเป็นตุ่มบวมแดงขนาดใหญ่และมีหนอง เกิดจากการอุดตันที่บริเวณรูขุมขน ทั้งการสะสมของไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรีย หมักหมมจนติดเชื้อทำให้กลายเป็นตุ่มหนอง หากบีบออกอย่างไม่ถูกวิธีก็จะเกิดสิวหัวหนองซ้ำซาก และกลายเป็นหลุมสิวในที่สุด วิธีรักษาคือการแต้มยาฆ่าเชื้อสิว

ประเภทของหลุมสิว

หลุมสิวสามารถแบ่งหลัก ๆ ได้ 3 ชนิด โดยเรียงตามลำดับจากชนิดที่รักษาได้ง่ายที่สุดไปยากที่สุดได้ ดังนี้

  • Rolling scar หลุมสิวประเภทนี้มีฐานกลมคล้ายก้นกระทะ ขนาดกว้างราว 4-5 มิลลิเมตร ไม่ลึกมาก เป็นหลุมสิวที่หายได้ง่ายและเร็วกว่าหลุมชนิดอื่น
  • Boxed scar เป็นหลุมสิวที่มีลักษณะตรงตามชื่อ คือเหมือนกล่อง ความลึกของก้นหลุมกับความกว้างของปากหลุมมีขนาดเท่ากัน ขอบชัดเจน มักมีความกว้างราว 3-4 มิลลิเมตร สามารถพบได้ทั้งแบบลึกและตื้น
  • Icepick scar เป็นหลุมสิวที่ลึกถึงหนังกำพร้า ปากแผลแคบ ก้นหลุมมมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมคล้ายกับกรวย หลุมสิวชนิดนี้ส่วนใหญ่จะพบที่บริเวณแก้ม ถือเป็นหลุมสิวที่รักษายากที่สุด โดยทางการแพทย์จะแบ่งลักษณะรอยแผลออกเป็น 2 ประเภท คือ รอยแผลชนิดตื้น ความลึก 0.1 – 0.5 มิลลิเมตร และ รอยแผลชนิดลึก มีความลึกมากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 มิลลิเมตร

หัตถการที่ช่วยรักษาหลุมสิวอย่างเห็นผล

การรักษาหลุมสิวสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยบทความนี้ B Clinic ขอเสนอหัตถการ 3 อย่างที่ใช้รักษาหลุมสิวได้ดี โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ทำแล้วสามารถใช้ชีวิตต่อได้แบบชิว ๆ ดังนี้

1.ฉีดเมโสหน้าใส รักษาหลุมสิว

การฉีดเมโส (Mesotherapy) สามารถเลือกสูตร Derma care ซึ่งมีความโดดเด่นเรื่องการรักษาหลุมสิว ช่วยฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินได้เป็นอย่างดี จากส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่อผิว ทั้ง Sodium DNAที่กระตุ้นให้ผิวเกิดการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เก็บน้ำ ทำหน้าเด้งฟู, Niacinamide ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน, Hydrolyed collagen เสริมคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงให้ผิว และยังมีตามินสูตรพิเศษกว่า 20 ชนิด คู่กับ Co-enzyme 10 ชนิด หรือจะใช้เป็นสูตรมาเด้คอลลาเจนก็ได้เช่นกัน หลังฉีดผิวหน้าก็จะดูสุขภาพ ขาว ใส อิ่มฟูมากขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาหลุมสิวไม่มาก อาจเป็นหลุมสิวประเภท Rolling scar หรือ Boxed scar ก็ได้

2.ฉีดรีจูรัน

การฉีดรีจูรัน (Rejuran) คือเมโสหน้าใสประเภทหนึ่ง มีส่วนประกอบหลักจาก Polynucleotide (โพลีนิวคลีโอไทด์ ) หรือ PN บริสุทธิ์ เข้มข้น 2% เมื่อฉีดเข้าไปในชั้นหนังแท้ก็จะช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับลึก กระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างตัวขึ้นมาใหม่ กระชับรูขุมขนได้ดี อีกทั้งยังช่วยให้หน้าของเราดูมีความอ่อนเยาว์ เนียนใส ดูมีออร่า วิธีการนี้ควรทำต่อเนื่อง 4 ครั้งขึ้นไปจึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

3.ฉีดฟิลเลอร์ เติมหลุมสิวให้ฟูฉ่ำ

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารไฮยาลูรอนิกเอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปเติมเต็มชั้นผิวที่มีการยุบตัวลง ทำให้หลุมสิวของเราตื้นขึ้น เราสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เพียงแต่ว่าผลจะไม่คงทนถาวรร เนื่องจากฟิลเลอร์มีอายุเพียง 6 เดือน – 1 ปี เท่านั้น หากอยากให้ผลลัพธ์คงอยู่ ควรมาฉีดเติมในระยะเวลาที่เหมาะสม

ติดต่อ บี คลินิก (B Clinic) คลินิกเสริมความงามที่ดีที่สุด ได้ที่

  • Tel : 096-596-9665
  • Facebook : https://www.facebook.com/Bclinic.Bclinic.official/
  • LINE : https://page.line.me/?accountId=bclinic
  • Instagram : https://www.instagram.com/bclinic.official/
  • Email : Admin@Bclinic.co.th
  • Website : https://www.bclinic.co.th
Scroll to Top