fbpx

แนะนำยี่ห้อโบท็อกคุณภาพมาตรฐาน ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

แนะนำยี่ห้อโบท็อกคุณภาพมาตรฐาน ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
แนะนำยี่ห้อโบท็อกคุณภาพมาตรฐาน ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

แนะนำยี่ห้อโบท็อกคุณภาพมาตรฐาน ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

การฉีดโบท็อก เป็นหัตถการที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติได้มากที่สุด เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย ที่จะสามารถสลายไปเองได้ตามธรรมชาติ 100% โดยที่ในปัจจุบันสามารถฉีดโบท็อกได้ตามคลินิกเสริมความงามทั่วไป มีให้เลือกใช้งานหลากหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็จะให้สรรพคุณในการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกัน รวมไปถึงระยะเวลาผลลัพธ์ที่จะได้รับอีกด้วย จนหลายๆ คนที่มีความสนใจ แต่ยังสงสัยว่าโบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด แล้วโบท็อกที่ยี่ห้อเหมาะกับปัญหาสุขภาพผิวมากที่สุด คำถามเหล่านี้ถือว่ามีส่วนสำคัญ เพราะนอกจากผลลัพธ์ที่ควรจะได้รับ ยังหมายถึงความปลอดภัย และราคาที่แตกต่างกันไปอีกด้วย เพราะโบท็อกแต่ละยี่ห้อก็จะมีคุณสมบัติ และความพิเศษที่แตกต่างกันออกไป เพื่อทำให้ทุกคนสามารถเลือกยี่ห้อโบท็อกที่ดี และเหมาะสมมากที่สุด วันนี้ บี คลินิก (B Clinic) จะมาแนะนำยี่ห้อโบท็อกคุณภาพมาตรฐาน ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะภายในประเทศไทย ว่าจะมียี่ห้อไหนให้เลือกใช้บ้าง และมีสรรพคุณ และประโยชน์อย่างไรบ้าง สามารถตามมาดูกันได้เลย

โบท็อกที่ได้คุณภาพ และมาตรฐาน ผ่านการรับรอง อย. มีกี่ยี่ห้อ

การฉีดโบท็อกถือว่าเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยที่เรามักจะเห็นคลินิกเสริมความงามหลายๆ แห่งนำเสนอการฉีดโบท็อกด้วยยี่ห้อที่แตกต่างกันออกไป ราคาโปรโมชั่นที่แตกต่างกันออกไป เพราะในปัจจุบันมีโบท็อกให้เลือกใช้งานหลายยี่ห้อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคลินิกเสริมความงามชั้นนำใหญ่ๆ หลายๆ แห่ง ที่มักจะมียี่ห้อโบท็อกให้เลือกใช้บริการอย่างครอบคลุม สามารถดูแล และแก้ไขได้ทุกปัญหาสุขภาพผิว ซึ่งสิ่งจำเป็นมากที่สุดในการใช้บริการนั่นก็คือ โบท็อกต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการใช้งานจาก อย. ประเทศไทย โดยที่ในปัจจุบันก็มีหลายยี่ห้อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโบท็อกยอดนิยมที่ บี คลินิก (B Clinic) นำมาแนะนำให้ทุกคนได้ดูกันในวันนี้

1. Allergan botox (โบท็อกอเมริกา)

เมื่อพูดถึงโบท็อกยอดนิยม ที่ได้มาตรฐาน และได้รับความไว้วางใจในการใช้บริการ เชื่อว่าทุกคนน่าจะต้องรู้จัก และเคยได้ยินอย่างแน่นอน กับโบท็อกยี่ห้อ Allergan botox เป็นโบท็อกได้รับความนิยมจากทั่วโลก โดยที่โบท็อกยี่ห้อดังกล่าวถือว่าเป็นต้นแบบของโบท็อกหลายๆ ยี่ห้อชื่อดังในปัจจุบัน เพราะเป็นยี่ห้อแรกที่คิดค้นตัว Botulinum Toxin และได้รับการรับรองจาก อย. อเมริกา (US FDA) และความพิเศษของมัน จึงทำให้ปัจจุบันถือว่าเป็นโบท็อกที่มีราคาสูงเมื่อเทียบกับหลายๆ ยี่ห้องที่ได้รับความนิยม ด้วยตัวยามีความบริสุทธิ์มากถึง 99.5% จึงเหมาะสำหรับฉีดแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆ และปรับรูปหน้าเรียว เนื่องจากตัวยาเมื่อฉีดไปแล้วจะไม่กระจายเป็นวงกว้าง ออกฤทธิ์ตรงจุด ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ อยู่ได้นานกว่าโบท็อกยี่ห้ออื่นๆ โดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าที่ฉีดโบท็อกยี่ห้อดังกล่าวจะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 6 – 8 เดือนโดยประมาณ

2. Dysport (โบท็อกอังกฤษ)

อีกหนึ่งยี่ห้อโบท็อกยอดนิยม และได้รับการยอมรับในการบริการ ด้วยมาตรฐาน และคุณภาพที่ดีที่สุด นั่นก็คือ Dysport (โบท็อกอังกฤษ) ซึ่งโบท็อกยี่ห้อดังกล่าวจะมีสิ่งที่แตกต่างจากโบท็อกยี่ห้ออื่นๆ ก็คือ มีหน่วยในการฉีดที่เรียกว่า Speywood units (S.U) โดย Dysport 2.5 S.U. จะเท่ากับ 1 I.U. ของโบท็อกยี่ห้ออื่นๆ ตัวยาโบท็อก Dysport มีโมเลกุลเล็กทำให้กระจายตัวยาการกระจายตัวยาเป็นวงกว้าง เหมาะกับการฉีดเพื่อยกกระชับหน้า โดยเฉพาะกับการเลือกใช้เทคนิค ABO Lifting และสำหรับคนที่ต้องการลดริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงสามารถนำมาใช้ฉีดลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว ลดต้นแขน ลดน่อง ถือได้ว่าเป็นโบท็อกที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการให้บริการที่หลากหลายรูปแบบ โดยที่โบท็อกยี่ห้อดังกล่าวจะให้ผลลัพธ์ในการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน ซึ่งอาจจะน้อยกว่ายี่ห้ออื่นๆ แต่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพในการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

3. Xeomin (โบท็อกเยอรมัน)

อีกหนึ่งยี่ห้อที่มักจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มักจะเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์ในการฟื้นฟูสุขภาพผิวอันดับต้นๆ นั่นก็คือ Xeomin (โบท็อกเยอรมัน) จุดเด่นของโบท็อกยี่ห้อนี้คือ ไม่มีการปนเปื้อนของคอมเพล็กซิ่งโปรตีน (Pure toxin) แม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นจึงทำให้เหลือแต่ Botulinum Toxin A ที่มีความบริสุทธิ์ที่สูงถึง 100% จึงทำให้ลูกค้าที่ใช้บริการจะสามารถฉีดแล้วได้การเปลี่ยนแปลงที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ด้วยการกระจายตัวของยาอยู่ในขั้นปานกลาง จึงเหมาะกับการฉีดลดริ้วรอย รวมถึงยกกระชับกรอบหน้า และยังเหมาะสำหรับใช้ในเคสที่มีอาการดื้อยาที่หยุดการฉีดไปแล้ว 2 – 3 ปี และ Xeomin ยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอาการดื้อยาในอนาคตได้ด้วย โดยโบท็อกยี่ห้อดังกล่าวหลังจากใช้งานไปแล้ว จะมีระยะในการฟื้นฟูผิวได้นานประมาณ 3 – 6 เดือน ถือว่าเป็นหนึ่งในยี่ห้อทางเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยที่คลินิกเสริมความงามชั้นนำหลายๆ แห่งจะมีให้บริการอย่างครอบคลุม

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับโบท็อกแต่ละยี่ห้อที่นำมาแนะนำให้ได้ดูกันในวันนี้ จะมียี่ห้อไหนที่คุ้นเคย หรือเคยใช้บริการกันมาก่อนแล้วบ้าง ซึ่งทั้งหมดที่นำมาให้ดูกันในวันนี้ล้วนแล้วแต่ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทยแล้วทั้งหมด ซึ่งที่ บี คลินิก (B Clinic) เราก็มีโบท็อกทั้งสามยี่ห้อให้เลือกใช้บริการด้วย โดยที่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะได้รับการวิเคราะห์ปัญหา วางแผนฟื้นฟู โดยการเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมมากที่สุด เพื่อที่จะสามารถฟื้นฟูสุขภาพผิวของแต่ละคนได้เหมาะสมมากที่สุด โดยที่สามารถเข้าไปรับชมยี่ห้ออื่นๆ เพิ่มเติมที่ บี คลินิก (B Clinic) มีให้เลือกใช้บริการได้ที่

Scroll to Top