fbpx
Bclinic-คลินิกเสริมความงาม-lift-lock

Lift & Lock ร้อยไหมหน้าเรียว

ร้อยไหมหน้าเรียว ปรับรูปหน้าให้เรียว กระชับ สวยธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัดกับ B Clinic คลินิกเสริมความงามครบวงจร

“ร้อยไหม”

เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีด้านหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึงและดูอ่อนเยาว์ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ซึ่งเป็นการใช้ไหมละลายสอดเข้าไปบริเวณใต้ผิวเพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวกระชับตัว ช่วยแก้ปัญหาผิวหนังบนใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้ม ร่องจมูก ขากรรไกร หน้าผาก ฯลฯ ปัจจุบันกระแสการยกกระชับการยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหมถือเป็นอีกหนึ่งวิธียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่สูง ผลข้างเคียงน้อย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่เสี่ยง ไม่ต้องผ่าตัด และมีไหมให้เลือกหลายชนิด

1. บริการร้อยไหม Platinum Lockร้อยไหมหน้าเรียว 8D ยกร่องแก้ม กระชับนานขึ้น

นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในการยกกระชับ ยกร่องแก้ม คืนความอ่อนเยาว์ด้วยบริการร้อยไหม Platinum Lock ร้อยไหมหน้าเรียว ยกร่องแก้ม กระชับนานขึ้นจาก B Clinic ที่จะช่วยดึงรั้งผิวให้ยกกระชับยิ่งขึ้น คืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติด้วยไหมล็อค 8D ซึ่งเป็นกลุ่มไหมก้างปลาหรือไหมเงี่ยงกุหลาบที่มีขนาดใหญ่กว่าไหมทั่วไป

อีกทั้งมีเงี่ยงรอบทิศทาง จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะกับผิว จึงช่วยยกกระชับใบหน้าที่หย่อยคล้อยให้ตึงเข้ารูปมากขึ้น เหมาะกับการใช้ปรับรูปหน้าที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยมาก โดยหลังร้อยไหม 8D คนไข้อาจต้องพักฟื้น 3-4 สัปดาห์ แต่ให้ผลลัพธ์ยาวนานสูงสุดถึง 2 ปี

คุณสมบัติเด่นของไหม 8D

  • เหมาะสำหรับใช้ในชั้นผิวที่ลึกขึ้น ในจุดที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก
  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่รักษา
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานสูงสุดถึง 2 ปี
  • ช่วยดึงรั้งผิวให้ยกกระชับอย่างเห็นได้ชัด
  • เหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก

2. บริการร้อยไหม Cell Repair ยกกระชับ ปรับหน้าใส อ่อนวัยอย่างเป็นธรรมชาติ

ไหม Cell Repair จะเป็นกลุ่มไหมแบบ Spring Lock ที่มีลักษณะเกลียวคล้ายสปริงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับผิว และกลุ่มไหม PDO (Polydioxanone) ซึ่งเป็นไหมละลายเส้นเรียบ แต่มีความแข็งแรงมากกว่าไหมชนิดอื่น เหมาะสำหรับร้อยในชั้นตื้นเพื่อกระตุ้นร่างกายให้สร้างคอลลาเจน จึงช่วยให้ผิวหน้าดูเต่งตึงขึ้น เต็มขึ้น ช่วยกู้ผิวเสีย หน้าโทรม ผิวหน้าแห้งกร้าน ริ้วรอยต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น และไหมประเภทนี้ยังโดดเด่นเรื่องการเก็บกรอบหน้า จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากยกกระชับผิวหน้า ปรับหน้าใส อ่อนวัยอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ต้องการผ่าตัด

  • เหมาะสำหรับใช้ในผิวชั้นตื้นเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่รักษา
  • ช่วยให้ผิวหน้าดูเต่งตึง เต็มขึ้น ช่วยกู้ผิวเสีย หน้าโทรม ผิวหน้าแห้งกร้าน ริ้วรอยต่าง ๆ
  • ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
  • เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้า เก็บกรอบหน้า ปรับหน้าใส

3. บริการร้อยไหมหน้าเรียว Italy Thread Lift ไหมนำเข้าอิตาลีแท้ ที่สุดของการยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยธรรมชาติ

ล่าสุดได้มีการออกแบบและพัฒนาเส้นไหมชนิดใหม่สำหรับการยกกระชับผิวขึ้น ซึ่งก็คือนวัตกรรมการร้อยไหมมาตรฐานยุโรปด้วยไหมอิตาลี (Italian Thread Lift) แบรนด์ Definisse ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองจาก อย. ของไทยแล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์เส้นไหมสำหรับการยกกระชับผิวโดยตรง และเป็นแบรนด์เส้นไหมเพื่อการยกกระชับผิวแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในไทยตอนนี้ ตัวไหมออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยการผสมผสานกันระหว่างวัสดุ PLLA และ PCL ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าไหมชนิดอื่น ๆ เส้นไหมแท้นำเข้าจากประเทศอิตาลีโดยตรง มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย สลายได้หมด 100% 

  • เส้นไหมสำหรับการยกกระชับผิวโดยตรง
  • มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย
  • สลายได้หมด 100%
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีที่สุด
  • ให้ผลลัพธ์ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าไหมชนิดอื่น

“ร้อยไหมอิตาลี คืออะไร?”

การร้อยไหมอิตาลี คือ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในการร้อยไหมจากประเทศอิตาลี เป็นการร้อยไหมด้วย ‘ไหมอิตาลี’ (Italian Thread Lift) ภายใต้ชื่อแบรนด์ Definisse ซึ่งเป็นแบรนด์ไหมรายแรกและรายเดียวที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้สำหรับการยกกระชับผิวโดยตรง ออกแบบเป็นพิเศษด้งบการนำจุดเด่นของวัสดุ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น แข็งแรง อุ้มน้ำ ยึดเกาะผิว และกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่าไหมละลายทั่วไปมาผสมผสานกับจุดเด่นของวัสดุ PCL (Polycaprolactone) ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรงกว่าไหมละลาย มีแรงดึงในการยกหน้าได้ดีกว่าไหมชนิดอื่น ไหมอิตาลีจึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินได้ดีมากขึ้น ยึดเกาะใต้ผิวหนังได้ดีขึ้น จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม

อีกทั้งยังผ่าน อย.ไทย ยุโรป และหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เพียงแค่เส้นเดียวก็สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนในทันที ปรับกรอบหน้าให้เรียวชัดทันใจ และยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวหน้าในระยะยาว โดยไม่มีอาการบวมช้ำหลังทำ เห็นผลชัดเจนที่สุดหลังจากทำผ่านไปแล้ว 1-2 เดือน

Q: ไหมอิตาลีต่างจากไหมชนิดอื่นอย่างไร?

A: แม้ไหมเกาหลีจะเป็นไหมละลายนำเข้าจากเกาหลีที่มีความปลอดภัยสูง โดยส่วนมากจะเป็นไหมที่ทำจากวัสดุ PDO (Polydioxanone) ซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับเส้นไหมที่ใช้สำหรับการเย็บแผลผ่าตัด แต่การร้อยไหมต่อครั้งต้องใช้ไหมจำนวน 20-50 เส้น เพราะต้องเรียงร้อยให้เป็นตาข่ายใต้ผิวเพื่อการยกผิว แต่คุณสมบัติเด่นของไหมอิตาลีคือเป็นเส้นไหมที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีลักษณะเป็นเงี่ยงหันเข้าหากัน (Bidirectional Convergent Barb) เมื่อร้อยเข้าชั้นใต้ผิวหนังจะยึดเกาะกับผิวได้ดีขึ้นมาก ซึ่งไม่ขาดง่ายเหมือนวัสดุอื่น ๆ และเงี่ยงที่ถูกออกแบบเป็นพิเศษนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องยาวนาน  ส่งผลต่อการยกกระชับหน้าให้เต่งตึงได้ในระยะยาวและยังช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิวได้อีกด้วย โดยไหมอิตาลีจะเป็นไหมแบบ Double Needle ซึ่งจะมีเข็มนำที่มีความคมและลื่นในแต่ละด้านของปลายไหม ทำให้แพทย์สามารถร้อยไหมในทิศทางที่ต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดความเจ็บปวดและอาการบวมแดงหลังจากการร้อยไหม อีกทั้งยังใช้เส้นไหมที่น้อยกว่า ยกได้นานกว่า ยกได้มากกว่า ช่วยเก็บส่วนเกินใบหน้าในส่วนที่เครื่องยกกระชับเก็บไม่หมด เช่น กรอบหน้า เหนียง และช่วยยกแก้ม ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัด และเสี่ยงต่อการช้ำน้อยกว่าการร้อยไหมแบบชนิดอื่น ๆ

Q: ไหมอิตาลีต่างจากไหมชนิดอื่นอย่างไร?

A: แม้ไหมเกาหลีจะเป็นไหมละลายนำเข้าจากเกาหลีที่มีความปลอดภัยสูง โดยส่วนมากจะเป็นไหมที่ทำจากวัสดุ PDO (Polydioxanone) ซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับเส้นไหมที่ใช้สำหรับการเย็บแผลผ่าตัด แต่การร้อยไหมต่อครั้งต้องใช้ไหมจำนวน 20-50 เส้น เพราะต้องเรียงร้อยให้เป็นตาข่ายใต้ผิวเพื่อการยกผิว แต่คุณสมบัติเด่นของไหมอิตาลีคือเป็นเส้นไหมที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีลักษณะเป็นเงี่ยงหันเข้าหากัน (Bidirectional Convergent Barb) เมื่อร้อยเข้าชั้นใต้ผิวหนังจะยึดเกาะกับผิวได้ดีขึ้นมาก ซึ่งไม่ขาดง่ายเหมือนวัสดุอื่น ๆ และเงี่ยงที่ถูกออกแบบเป็นพิเศษนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องยาวนาน  ส่งผลต่อการยกกระชับหน้าให้เต่งตึงได้ในระยะยาวและยังช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิวได้อีกด้วย โดยไหมอิตาลีจะเป็นไหมแบบ Double Needle ซึ่งจะมีเข็มนำที่มีความคมและลื่นในแต่ละด้านของปลายไหม ทำให้แพทย์สามารถร้อยไหมในทิศทางที่ต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดความเจ็บปวดและอาการบวมแดงหลังจากการร้อยไหม อีกทั้งยังใช้เส้นไหมที่น้อยกว่า ยกได้นานกว่า ยกได้มากกว่า ช่วยเก็บส่วนเกินใบหน้าในส่วนที่เครื่องยกกระชับเก็บไม่หมด เช่น กรอบหน้า เหนียง และช่วยยกแก้ม ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัด และเสี่ยงต่อการช้ำน้อยกว่าการร้อยไหมแบบชนิดอื่น ๆ

Q: ร้อยไหมอิตาลีอยู่ได้นานแค่ไหน?

A: การร้อยไหมด้วยวิธีเดิมจะเป็นการร้อยไหมเข้าไปใต้ผิวหนังชั้นไขมันเป็นโครงตาข่ายเพื่อให้ใบหน้ายกขึ้นด้วยการกระตุ้นผิวให้สร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาใหม่และพันรอบแนวเส้นไหมเอาไว้ ซึ่งผิวจะดูเต่งตึงอยู่ในระยะเวลาหนึ่ง แต่ในแต่ละครั้งจะใช้เส้นไหมประมาณ 20-50 เส้น แต่การร้อยไหมด้วยไหมอิตาลีจะใช้ไหมเพียงข้างละ 1 เส้นเท่านั้น แต่ได้ผลลัพธ์เหมือนการใช้ไหมก้างปลามากกว่า 10 เส้น โดยไหมอิตาลีจะมีคุณสมบัติพิเศษในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจนทำให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนทั้งใบหน้า จึงทำให้ใบหน้ายกกระชับ ลดเหนียง ลดคาง และทำให้กรอบหน้าดูชัดได้รูปมากยิ่งขึ้นแม้ในบริเวณที่ไม่ได้ร้อยไหม และสามารถอยู่ได้นานกว่าการร้อยไหมทั่วไป ซึ่งมักจะละลายภายใน 6 เดือน แต่การร้อยไหมอิตาลีจะอยู่ได้นานถึง 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และผิวหน้าของแต่ละคน

Q: ร้อยไหมช่วยอะไร?

  • ร้อยไหมหน้าเรียว ปรับรูปหน้า
  • ร้อยไหมยกกระชับ แก้ปัญหาแก้มหย่อน เนื้อแก้มตก ริ้วรอยมุมปากเยอะ หรือถุงแก้มห้อย
  • ร้อยไหมจมูก เสริมจมูกให้โด่งสวย
  • ร้อยไหมลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ คืนความอ่อนเยาว์
  • ร้อยไหมลดริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง
  • ร้อยไหมฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง เพิ่มการไหลเวียนโลหิต 
  • ร้อยไหมยกกระชับผิว รูขุมขนเล็กลง รผิวเปล่งปลั่ง ขาวกระจ่างใส ฝ้ากระจางลง
  • ร้อยไหมปรับกรอบหน้า ทำให้กรอบหน้าชัด (Jaw Line) กระชับขึ้น
  • ร้อยไหมยกหน้าวีไลน์ ปรับใบหน้าให้ได้รูป V-shape โดยไม่ต้องผ่าตัดกระดูก

Q: ผลลัพธ์ของการร้อยไหมอิตาลีเมื่อเทียบกับวิธีการอื่น

A: เปรียบเทียบการร้อยไหมอิตาลีกับการร้อยไหมเกาหลี

ไหมเกาหลี คือ ไหมละลายที่มีความปลอดภัยสูง โดยนำเข้าจากประเทศเกาหลีจึงถูกเรียกกันจนติดปากว่าไหมเกาหลี ส่วนมากจะเป็นไหมที่ทำจากวัสดุ PDO ซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับเส้นไหมที่ใช้สำหรับการเย็บแผลผ่าตัด ในการร้อยต่อครั้งจะใช้ไหมจำนวน 20-50 เส้น ส่วนไหมอิตาลี คือ เส้นไหมที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากไหมเกาหลีและเป็นเทคนิคการร้อยไหมล่าสุดที่นำเข้าจากประเทศอิตาลีภายใต้ชื่อแบรนด์ Definisse ผลิตจากวัสดุ p(LA-CL) ซึ่งเป็นวัสดุที่ผสมผสานระหว่าง PLLA (Poly-L-Lactic Acid) เป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น แข็งแรง อุ้มน้ำได้ดีและกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่า และ PCL (Polycaprolactone) เป็นวัสดุมีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรง ที่สำคัญคือไหมชนิดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองจาก อย. ว่าเป็นไหมเพื่อยกกระชับโดยตรง การร้อยไหมด้วยไหมอิตาลีจึงยกกระชับหน้าได้มากกว่า โดยใช้เส้นไหมเพียง 1-2 เส้น อีกทั้งผลลัพธ์ยังสามารถอยู่ได้นานกว่า เพราะเงี่ยงและวัสดุที่ใช้ผลิตมาเพื่อยกกระชับหน้าโดยเฉพาะ

เปรียบเทียบการร้อยไหมอิตาลีกับใช้เครื่องยกกระชับอย่างเทอร์มาจ, อัลเทอร่า หรือไฮฟู่

การร้อยไหม, เทอร์มาจ (Thermage), อัลเทอร่า (Ulthera) หรือไฮฟู่ (HIFU) ล้วนแต่ช่วยในการยกกระชับใบหน้าได้ทั้งสิ้น แต่จะแตกต่างกันตรงพลังงานและชั้นผิวที่ลงลึกไม่เท่ากัน โดยมีการวิจัยในต่างประเทศที่แบ่งกลุ่มคนไข้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ทำเครื่องมือยกกระชับเพียงอย่างเดียว และกลุ่มที่ 2 ร้อยไหมพร้อมกับทำเครื่องมือยกกระชับ ผลลัพธ์ที่ได้คือกลุ่มที่ 2 ที่ร้อยไหมพร้อมกับทำเครื่องมือยกกระชับนั้นเกิดการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่าและใบหน้าดูแน่นและกระชับกว่า ซึ่งงานวิจัยได้สรุปไว้ว่าการร้อยไหมเปรียบเสมือนการสร้างเสาบ้านและการทำเครื่องมือยกกระชับอย่าง เทอร์มาจ, อัลเทอร่า หรือไฮฟู่ตามคือการฉาบเสาบ้าน ทำให้การสร้างคอลลาเจนของร่างกายมีการเรียงตัวได้ดีกว่าและกระตุ้นคอลลาเจนได้มากยิ่งขึ้น

Q: การร้อยไหมเหมาะกับใคร?

A: การร้อยไหมอิตาลี ร้อยไหม 8D ร้อยไหม Platinum Lock ร้อยไหม Cell Repair สามารถทำได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อย รวมถึงผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยมาก มีเหนียง คางสองชั้น กรอบหน้าไม่ชัด เนื้อแก้มตก ริ้วรอยมุมปากเยอะ หรือถุงแก้มห้อยลงจนเห็นได้ชัด ผู้ที่มีใบหน้าอวบ มีไขมันก็สามารถร้อยไหมได้ แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับใบหน้าทุกรูปแบบ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และปัญหาของคนไข้แต่ละราย

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหม

  • งดรับประทานอาหารเสริมเช่น วิตามินซี วิตามินอี รวมถึงยาบางชนิด เช่น พาราเซตามอล แอสไพริน อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนร้อยไหมเพื่อป้องกันเลือดออกง่ายและเสี่ยงกับอาการช้ำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนร้อยไหม
  • งดการทำเครื่องมือต่าง ๆงดการทำเครื่องมือต่าง ๆ เช่น เทอร์มาจหรืออัลเทอร่า 1-2 สัปดาห์ก่อนร้อยไหม แต่การร้อยไหมและทำเครื่องสามารถทำในวันเดียวกันได้
  • ทำฟันก่อนการร้อยไหมหรือหลังจากร้อยไหมแล้ว 1 เดือนหากต้องทำฟัน ให้ทำฟันก่อนการร้อยไหมหรือหลังจากร้อยไหมแล้ว 1 เดือน เพราะการทำฟันต้องอ้าปากกว้าง อาจจะทำให้ไหมหลุดออกมาได้

“ขั้นตอนการร้อยไหม”

  1. ล้างหน้า เช็ดเครื่องสำอาง ทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจด
  2. แพทย์ทำการประเมินปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าและโครงหน้าของคนไข้อย่างละเอียด
  3. แพทย์ทำการออกแบบและเลือกเทคนิคการร้อยไหมตามปัญหาของคนไข้
  4. แพทย์ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดผิวและฉีดยาชาประมาณ 3-4 จุดบนใบหน้าแต่ละข้าง โดยคนไข้อาจรู้สึกแสบเล็กน้อย
  5. แพทย์ทำการร้อยไหมประมาณ 15-30 นาทีเป็นอันเสร็จขั้นตอน

การดูแลตนเองหลังการร้อยไหม

  • รับประทานยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์แนะนำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์หลังทำ 1 สัปดาห์เพื่อลดการบวมช้ำหรืออักเสบ
  • งดแต่งหน้า 24 ชั่วโมงหลังร้อยไหมเสร็จ
  • สัมผัสผิวหน้าเบา ๆ อย่านวดคลึงหรือเท้าคางเพราะอาจจะทำให้การยกของไหมไม่เป็นไปตามที่แพทย์วางแผนไว้
  • ระวังการหัวเราะ หาว และการอ้าปากกว้าง ๆ เพราะอาจจะทำให้ไหมหลุดได้

ทำไมต้องที่ B Clinic

  • บริการให้คำปรึกษาฟรีเป็นรายบุคคล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยตรง
  • บริการร้อยไหมหน้าเรียวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์สูง มีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง
  • มั่นใจได้ในผลลัพธ์และความปลอดภัยด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะของทีมแพทย์จาก B Clinic เท่านั้น
  • ช่วยแก้ไขปัญหาให้คนไข้ได้ตรงจุด เห็นผลครั้งแรกทันทีหลังการรักษา
  • ไหมอิตาลี Definisse ไหม Cell Repair และไหมล็อค 8D ของแท้ 100%
  • เครื่องมือทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกครั้งก่อนใช้งาน สถานที่สะอาด กว้างขวาง เป็นส่วนตัว
Scroll to Top