fbpx

บริการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว กับ B Clinic คลินิกเสริมความงามครบวงจร

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาแรง ช่วยย้อนวัย ยกกระชับ เก็บโครงหน้า ผิวเนียนเรียบ ให้ผลลัพธ์ดีกว่า Hifu 5 เท่า นวัตกรรมใหม่สำหรับการยกกระชับ เหมาะกับทุกปัญหาผิวหน้า

botox_services_header

บริการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว ลดกราม ลดริ้วรอย ตัวยาของแท้ ปลอดภัย 100% เห็นผลทันที กับ B Clinic คลินิกเสริมความงามครบวงจร

botox_beauty

“โบท็อกซ์” เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลาย ๆ คนเลือกใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวสมใจในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากการฉีดโบท็อกซ์สามารถช่วยปรับรูปหน้า กระชับกรอบหน้า ทำให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับ ลดริ้วรอย ลดรอยเหี่ยวย่นหน้าผาก หางตา ลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น ในกรณีที่ฉีดบริเวณกรามก็จะทำให้กล้ามเนื้อกรามมีขนาดเล็กลง รูปหน้าเรียวลง อีกทั้งยังสามารถนำโบท็อกซ์มาช่วยลดเหงื่อ ลดขนาดกล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อน่องได้อีกด้วย หัตถการโบท็อกซ์จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า โดยไม่ให้หน้าเปลี่ยนไปมาก สามารถให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีปัญหาได้เป็นอย่างดี

โบท็อกซ์ คืออะไร?

โบท็อกซ์ (Botox) คือ ชื่อทางการค้าของโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ ( Botulinum Toxin Type A) เป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่าคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) และถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงาม เมื่อฉีดไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ส่งผลต่อการลดการทำงานของมัดกล้ามเนื้อชั่วคราว นิยมนำมาใช้ในการช่วยลดริ้วรอย กระชับกรอบหน้า ทำให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับ ดูอ่อนเยาว์ โดยโบท็อกซ์มีอายุการใช้งานเฉลี่ย คือ หากใช้เพื่อลดริ้วรอยจะอยู่ได้ 3-4 เดือน หากใช้เพื่อลดกรามจะอยู่ได้ 5-6 เดือน ทั้งนี้ โบท็อกซ์แท้สามารถสลายหมด 100% เมื่อเวลาผ่านไป 6-12 เดือน แตกต่างกันไปตามการดูแลและชนิดของโบท็อกซ์ที่เลือกใช้ จึงมีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

อันตรายจาก การฉีดโบท็อกซ์ปลอม

  • ไม่มีการควบคุมมาตรฐาน ฉีดแล้วไม่เห็นผลการรักษา หรือเห็นผลในระยะเวลาสั้น ๆ
  • ตัวยาอาจกระจายโดนกล้ามเนื้อมัดอื่น ทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น หนังตาตก ปากเบี้ยว ฯลฯ
  • หมดฤทธิ์ไว ต้องฉีดบ่อยขึ้น เสี่ยงต่อการดื้อยา ซึ่งเป็นภาวะที่ยังไม่มีทางรักษา
  • ไม่ผ่านการรับรอง อย. เสี่ยงต่อการแพ้และการติดเชื้อ จนถึงขั้นเสียชีวิต

ฉีดโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดีที่สุด เยอรมัน อเมริกา อังกฤษ เกาหลี?

ปัจจุบัน โบท็อกซ์มีหลากหลายยี่ห้อจากหลายประเทศ ซึ่งก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ฉีดโบท็อกซ์ ยี่ห้อไหนดี? จึงเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน BC Clinic จึงได้รวบรวมยี่ห้อโบท็อกซ์ยอดนิยมมาเพื่อไว้เป็นแนวทางในการเลือกใช้ให้กับแต่ละท่านดังนี้

โบท็อกซ์เยอรมัน

โบท็อกซ์เยอรมันเป็นที่รู้จักภายใต้แบรนด์ Xeomin ผลิตขึ้นในประเทศเยอรมัน โดยผ่านการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา ถูกนำเข้ามาใช้ในคลินิกชั้นนำในประเทศไทย โดยบริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จำกัด ด้านความปลอดภัย มีงานวิจัยแสดงว่า Xeomin ได้ผลดีในคนไข้ที่ดื้อยา โดยที่คนไข้รายนั้น ๆ ต้องหยุดการฉีดโบท็อกซ์มาแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี

จุดเด่นของ XEOMIN >

botox_germany
botox_usa

โบท็อกซ์อเมริกา

โบท็อกซ์จากประเทศอเมริกาที่นิยมใช้กันทั่วไป คือ โบท็อกซ์ยี่ห้อ Allergan ซึ่งก็ได้รับความนิยมในประเทศไทย รวมถึงในต่างประเทศทั่วโลกเป็นอย่างมาก Allergan ถือเป็นโบท็อกซ์ตัวแรกที่นำมาใช้เพื่อความงามและเป็นต้นแบบของโบท็อกซ์ทุกชนิด ปัจจุบัน มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับถึงความปลอดภัยมากกว่า 3,500 ชิ้น

จุดเด่นของ Allergan >

โบท็อกซ์อังกฤษ

โบท็อกซ์จากประเทศอังกฤษที่เป็นที่นิยมมากที่สุด คือ โบท็อกซ์ยี่ห้อ Dysport มีงานวิจัยระบุว่า Dysport นั้นมีโครงสร้างของสารที่มีโมเลกุลเล็กกว่าโบท็อกซ์ของอเมริกาและเกาหลี มีกระจายตัวกว้าง ทำให้การฉีดต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความระมัดระวังในการฉีดสูงเพื่อลดผลข้างเคียงต่าง ๆ เช่น ตาตก ยิ้มไม่สุด ปากเบี้ยว ฯลฯ

 จุดเด่นของ Dysport >

Dysport
Nabota Aestox Botulax Hugel

โบท็อกซ์เกาหลี

โบท็อกซ์จากประเทศเกาหลีเริ่มใช้กันมาเกือบ 10 ปีและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมากในประเทศไทย ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อมาก เพราะราคาที่ไม่แพงมาก แต่ประสิทธิภาพดี โดยโบท็อกซ์เกาหลีที่ผ่านการรับรองจาก อย. และมีการนำเข้าอย่างถูกต้องมีดังนี้

จุดเด่นของโบท็อกซ์แต่ละตัว >

ความแตกต่าง ของโบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อ

ความแตกต่างของโบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อนั้นอาจดูได้จากคุณสมบัติเฉพาะของโบท็อกซ์แต่ละตัว วิธีการผลิต ความบริสุทธิ์ของตัวยา ความคงทนของการเก็บรักษา ขนาดของยูนิต และความต้องการในการฉีดรักษาแต่ละบริเวณเพื่อใช้เป็นเป็นตัวเลือกในการตัดสินในเลือกใช้ว่าควรเป็นยี่ห้อไหน ซึ่งโดยปกติแล้ว แพทย์จะเป็นผู้แนะนำยี่ห้อและปริมาณการใช้ให้กับคนไข้เป็นรายบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ราคาโบท็อกซ์ แต่ละยี่ห้อ

ราคาโบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อขึ้นอยู่กับแต่ละจุดเหมาะกับยี่ห้อไหน ปริมาณเท่าไร ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินตามความเหมาะสม

วิธีเลือกยี่ห้อ โบท็อกซ์แก้ปัญหาให้ตรงจุด

การฉีดโบท็อกซ์สามารถช่วยแก้ปัญหาได้หลากหลาย ทั้งการลดริ้วรอย ลดกราม ปรับหน้าเรียว ลดน่อง ลดแขน ลดเหงื่อ ส่วนการฉีดโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนจะเหมาะกับจุดใด ควรปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อช่วยประเมินและวางแผนการรักษาเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติ หน้าไม่ดูแข็งเกร็ง ผิดธรรมชาติ และทำให้คนไข้ยังสามารถแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้อย่างเป็นปกติ

วิธีดูโบท็อกซ์แท้แต่ละยี่ห้อ — เยอรมัน อเมริกา อังกฤษ เกาหลี

Xeomin | Allergan | Aestox | Botulax | Dysport | Hugel | Nabota

วิธีดูโบท็อกซ์ Xeomin แท้

  • ปริมาตร 50 ยูนิต กล่องจะเป็นสีชมพูเข้ม และปริมาตร 100 ยูนิต กล่องจะเป็นสีน้ำเงิน
  • มีซีลสติกเกอร์ใสแปะที่ฝากล่องเพื่อป้องกันการเปิด
  • ด้านข้างมีข้อความสีแดงระบุว่า “ยาควบคุมพิเศษ ใช้เฉพาะสถานพยาบาล”
  • เลข Lot ตรงกัน 2 จุด คือ เลข Lot ที่กล่อง และเลข Lot ที่ขวด
  • มี วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ
  • มีเอกสารกำกับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • ขวดยาบรรจุมาในแพ็คเกจที่สามารถใส่ได้ลงล็อคพอดี
  • ที่ฝาขวดโบท็อกซ์จะมีฝาพลาสติกสีเข้มปิดอยู่ 1 ชั้น
  • เป็นยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีน้ำ ต้องใส่น้ำเกลือแล้วดูดยาออกมา

สอบถามเลข Lot ได้ที่ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 092-254-2662

วิธีดูโบท็อกซ์ Allergan แท้

  •   ปริมาตร 50 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว-แดง และปริมาตร 100 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว-ม่วง
  •   มีซีลสติกเกอร์ใสแปะที่ฝากล่องเพื่อป้องกันการเปิด
  •   มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  •   เลข Lot ตรงกัน 2 จุด คือ เลข Lot ที่กล่อง และเลข Lot ที่ขวด
  •   มี วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ
  •   ข้างขวดมีโฮโลแกรม พิมพ์คำว่า “Allergan”
  •   ที่ฝาขวดโบท็อกซ์มีฝาพลาสติกปิดอยู่ 1 ชั้น
  •   เป็นยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีน้ำ ต้องใส่น้ำเกลือ แล้วดูดยาออกมา

สอบถามเลข Lot ได้ที่ บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-640-4999 ต่อ 1

วิธีดูโบท็อกซ์ Aestox แท้

  •   ปริมาตร 50 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว-ม่วง ปริมาตร 100 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว-ฟ้า และปริมาตร 200 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว-ส้ม
  •   มี QR Code ด้านบนกล่อง สามารถขูดออก และสแกนตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้
  •   ด้านข้างกล่องมีเลขทะเบียน อย. และมีเอกสารกำกับภาษาไทย
  •   เลข Lot ตรงกัน 2 จุด คือ เลข Lot ที่กล่อง และเลข Lot ที่ขวด
  •   มี วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ
  •   ที่ฝาขวดโบท็อกซ์มีฝาพลาสติกสีขาวขุ่นปิดอยู่ 1 ชั้น
  •   เป็นยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีน้ำ ต้องใส่น้ำเกลือแล้วดูดยาออกมา

สอบถามเลข Lot ได้ที่ บริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด โทร. 02–089–1786

วิธีดูโบท็อกซ์ Botulax แท้

  •   ปริมาตร 100 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว-น้ำเงิน และปริมาตร 200 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว-ส้ม
  •       มีโฮโลแกรมติดที่หน้ากล่อง พิมพ์คำว่า “Cosma Medical”
  •   มี QR Code สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ว่าเป็นของแท้
  •   มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  •   เลข Lot ตรงกัน 2 จุด คือ เลข Lot ที่กล่อง และเลข Lot ที่ขวด
  •   มี วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ
  •   ที่ฝาขวดโบท็อกซ์มีฝาพลาสติกสีขาวขุ่นปิดอยู่ 1 ชั้น
  •   เป็นยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีน้ำ ต้องใส่น้ำเกลือ แล้วดูดยาออกมา

สอบถามเลข Lot ได้ที่ บริษัท คอสม่า เมดิคอล จำกัด โทร. 02-367-1274

วิธีดูโบท็อกซ์ Dysport แท้

  •   ปริมาตร 300 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว แถบน้ำเงิน
  •   เป็นกล่องเปิดด้านหน้า
  •   มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  •   เลข Lot ตรงกัน 2 จุด คือ เลข Lot ที่กล่อง และเลข Lot ที่ขวด
  •   มี วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ
  •   ที่ฝาขวดโบท็อกซ์มีฝาพลาสติกสีเขียวเข้มปิดอยู่ 1 ชั้น
  •   เป็นยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีน้ำ ต้องใส่น้ำเกลือ แล้วดูดยาออกมา

สอบถามเลข Lot ได้ที่ บริษัท กัลเดอร์ม่า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-023-1800 ต่อ 402

วิธีดูโบท็อกซ์ Hugel แท้

  •   ปริมาตร 50 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว-เขียว และปริมาตร 100 ยูนิต กล่องจะเป็นสีขาว-ม่วง
  •   เปิดกล่องด้านข้าง
  •   มี QR Code สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ว่าเป็นของแท้
  •   มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  •   เลข Lot ตรงกัน 2 จุด คือ เลข Lot ที่กล่อง และเลข Lot ที่ขวด
  •   มี วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ
  •   ที่ฝาขวดโบท็อกซ์มีฝาพลาสติกสีขาวขุ่นปิดอยู่ 1 ชั้น
  •   เป็นยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีน้ำ ต้องใส่น้ำเกลือแล้วดูดยาออกมา

สอบถามเลข Lot ได้ที่ บริษัท บอน-ซอง จำกัด โทร. 02-049-7991

วิธีดูโบท็อกซ์ Nabota แท้

  •   ปริมาตร 100 ยูนิต กล่องจะเป็นสีดำ และปริมาตร 200 ยูนิต กล่องจะเป็นสีแดง
  •   มีสติกเกอร์สีทองปิดฝากล่องด้านนอกเพื่อป้องกันการเปิด
  •   มีเอกสารกำกับภาษาไทย
  •   เลข Lot ตรงกัน 2 จุด คือ เลข Lot ที่กล่อง และเลข Lot ที่ขวด
  •   มีโฮโลแกรมบนกล่อง พิมพ์คำว่า “Montana”
  •   มีโฮโลแกรมข้างขวด พิมพ์คำว่า “DW”
  •   ที่ฝาขวดโบท็อกซ์มีฝาพลาสติกสีเทาปิดอยู่ 1 ชั้น
  •   เป็นยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีน้ำ ต้องใส่น้ำเกลือ แล้วดูดยาออกมา

สอบถามเลข Lot ได้ที่ บริษัท มัณฑนา มาร์เก็ตติ้ง จำกัด โทร. 02-367-1111

โบท็อกซ์ ฉีดตรงไหน ใช้กี่ยูนิต?

botox_position_01
  • 1. หน้าผาก

    หน้าผากเป็นหนึ่งจุดสำคัญที่สามารถทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงได้ สำหรับการแก้ไขปัญหาริ้วรอยและรอยย่นบริเวณหน้าผาก ควรฉีดโบท็อกซ์ไม่เกิน 10-30 ยูนิต เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าผากแข็งหรือตึงเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ

  • 2. ระหว่างคิ้ว

    เป็นจุดที่ใช้แสดงสีหน้าบ่อยที่สุดจุดหนึ่ง การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ปัญหารอยย่นที่เกิดจากการขมวดคิ้ว จะขึ้นอยู่กับความลึกและปัญหาของแต่ละบุคคล แต่ไม่ควรฉีดมากเกินไป เพราะจะทำให้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณคิ้วได้น้อยและแสดงสีหน้าอารมณ์ได้ยาก

  • 3. หางคิ้ว

    หน้าผากเป็นหนึ่งจุดสำคัญที่สามารถทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงได้ สำหรับการแก้ไขปัญหาริ้วรอยและรอยย่นบริเวณหน้าผาก ควรฉีดโบท็อกซ์ไม่เกิน 10-30 ยูนิต เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าผากแข็งหรือตึงเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ

  • 4. หางตา หรือ ตีนกา

    เป็นริ้วรอยแห่งวัยที่มองเห็นได้ชัดเมื่อยิ้มหรือหัวเราะ ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์ 10-15 ยูนิต ก็สามารถช่วยลดรอยย่นบริเวณหาง รวมถึงตีนกาเหล่านี้ได้ แต่ไม่ควรฉีดในปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ดูแข็งตึงจนดูไม่เป็นธรรมชาติได้

  • 5. จมูก

    ผู้ที่มีรอยย่นบริเวณจมูก สามารถฉีดโบท็อกซ์ได้ 5-10 ยูนิตเพื่อลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยที่ปรากฏให้เห็นเมื่อแสดงอารมณ์ ซึ่งแม้รอยย่นบริเวณจมูกจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเรียบเนียนขึ้น อ่อนเยาว์ขึ้น

botox_position_02
  • 6. ปีกจมูก

    สำหรับผู้ที่มีปีกจมูกที่ใหญ่ บาน หรือไม่ได้รูป แต่ยังไม่ต้องการผ่าตัด สามารถฉีดโบท็อกซ์เพื่อสลายกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวได้ 8-10 ยูนิตเพื่อปรับลดขนาดปีกจมูก ทำให้ใบหน้าดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

  • 7. มุมปาก

    รอยย่นบริเวณมุมปากเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ มักเกิดในผู้ที่มีผิวแห้งหรือยิ้มบ่อย ๆ การฉีดโบท็อกซ์บริเวณมุมปาก 3-6 ยูนิตจะสามารถช่วยให้รอยย่นบริเวณนี้ดูตื้นขึ้นได้ทันที จึงช่วยให้ดูอ่อนเยาว์อย่างชัดเจนหลังทำ

  • 8. กราม

    เป็นอีกหนึ่งจุดยอดฮิตสำหรับการแดโบท็อกซ์ โดยการฉีดโบท็อกซ์บริเวณกราม 40-60 ยูนิตจะช่วยเก็บกรอบหน้าให้ชัดเจน ใบหน้าเรียว เล็กลงอย่างชัดเจน แต่หากฉีดมากเกินไปจะทำให้แก้มตอบ ดูอิดโรย ไม่สดใส และอาจทำให้โหนกแก้มดูสูงขึ้นได้

  • 9. คาง

    การฉีดโบท็อกซ์สามารถช่วยลดปัญหาริ้วรอยบริเวณคาง รวมถึงผู้ที่มีปัญหาคางบุ๋มได้เป็นอย่างดี จุดนี้ควรฉีดโบท็อกซ์ 4-10 ยูนิตเพื่อลดรอยย่นและป้องกันการเกิดริ้วรอยร่องลึกบริเวณคางที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  • 10. กรอบหน้า

    หลายท่านนิยมฉีดโบท็อกซ์บริเวณกรอบหน้าเพื่อเก็บกรอบหน้าให้กระชับ สวยได้รูปมากขึ้น โดยการฉีดโบท็อกซ์บริเวณนี้ควรฉีดที่ 25-50 ยูนิต ซึ่งจะเป็นการฉีดลงใต้ชั้นผิวในระดับตื้น ๆ เพื่อสร้างแรงตึงผิวและลดปัญหาหย่อนคล้อย หรือที่เรียกกันว่าการลิฟต์หน้า

  • 11. ลำคอ

    รอยย่นบริเวณลำคอเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่สามารถบ่งบอกอายุได้เป็นอย่างดี การฉีดโบท็อกซ์เพื่อยกกระชับลำคอจะอยู่ที่ 25-50 ยูนิต โดยสามารถช่วยลดริ้วรอยและรอยย่นบริเวณลำคอได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อควรระวัง โบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อ

  • Allergan (โบท็อกซ์อเมริกา)

    ในกรณีที่ต้องการฉีดโบท็อกซ์ไม่ถึง 50 ยูนิต หรือ 100 ยูนิต แนะนำให้หาเพื่อนมาแชร์ยูนิตให้ครบเพื่อให้ได้เปิดขวดใหม่เพื่อความมั่นใจ เพราะมีหลาย ๆ คลินิกที่ขายโบท็อกซ์อเมริกาเป็นยูนิตถูก ๆ แต่ใช้ของโบท็อกซ์เกาหลีธรรมดาใส่ขวด Allergan มาฉีดให้ ซึ่งก็จะได้ผลใกล้เคียงกันโดยที่คนไข้แยกไม่ออก ต่างกันที่ระยะเวลาและโอกาสในการดื้อยา ซึ่งเรื่องการดื้อยาเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังและให้ความสำคัญเพราะยังไม่มีวิธีรักษา โบท็อกซ์จึงควรเปิดขวดใหม่ ผสมต่อหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของแท้ตามราคาที่จ่าย

  • Dysport (โบท็อกซ์อังกฤษ)

    ข้อควรระวังของการฉีดโบท็อกซ์ Dysport คือ การนับยูนิตแตกต่างไปจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่น ๆ โดยโบท็อกซ์ Dysport 300 ยูนิตจะเทียบเท่ากับโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่น ๆ 100 ยูนิต ซึ่งมีบางคลินิกนำไปโฆษณาว่าโบท็อกซ์อังกฤษ 100 ยูนิต ราคาถูก แต่แท้จริงแล้วคือเทียบเท่าแค่โบท็อกซ์ยี่ห้ออื่น 40 ยูนิตเท่านั้น

  • Botulax / Nabota / Aestox (โบท็อกซ์เกาหลี)

    เนื่องจากโบท็อกซ์เกาหลีได้รับความนิยมและมีราคาไม่แพง ดังนั้น อัตราเสี่ยงที่จะเจอยาปลอมหรือยาหิ้วจึงสูงกว่าโบท็อกซ์จากประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีโบท็อกซ์หิ้วจากเกาหลียังมีให้เห็นมากเช่นกัน ซึ่งโบท็อกซ์หิ้วเหล่านี้มักไม่ได้ผ่านกระบวนการจัดเก็บอย่างเหมาะสมที่อุณหภูมิ 2-8 °C ทำให้โบท็อกซ์เสื่อมคุณภาพ เมื่อนำมาใช้จะอยู่ได้ไม่นานและทำให้ดื้อยา

เคล็ดลับดูแลตนเองหลังฉีดโบท็อกซ์ เพื่อคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานกว่าปกติ

  • ขยับเกร็งกล้ามเนื้อที่ฉีดโบท็อกซ์ทันทีหลังฉีดโบท็อกซ์

    หลังจากฉีดโบท็อกซ์เรียบร้อยแล้ว คนไข้ควรบริหารกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 30 นาที หรือหากเป็นการฉีดกราม อาจใช้วิธีเคี้ยวหมากฝรั่งหรือกัดฟันทันทีหลังฉีด เพื่อให้เซลล์ประสาทดูดโบท็อกซ์เข้าไปให้มากที่สุด ทั้งนี้ ช่วงที่ขยับกล้ามเนื้อหลังฉีด ไม่ควรประคบเย็นเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้ความเย็นขัดขวางการดูดโบท็อกซ์เข้าเซลล์ประสาท

  • งดนอนราบ 3-4 ชั่วโมงหลังฉีดโบท็อกซ์

    หลังฉีดโบท็อกซ์ ใบหน้าอาจดูบวมขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้จะหายไปได้เอง คนไข้ไม่ควรนวดหรือคลึงบริเวณที่ฉีด รวมถึงไม่ควรนอนราบหรือก้มหัวลงต่ำกว่าระดับหัวใจ เนื่องจากจะทำให้เลือดไหลเวียนมายังใบหน้าเยอะขึ้น ทำให้โบท็อกซ์ที่อยู่ในเซลล์ประสาท ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งกล้ามเนื้อปลิวไปกับเลือดและป้องกันการไหลของยาไปสู่กล้ามเนื้อบริเวณอื่นที่อาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการได้ และทำให้การฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้ผลลัพธ์เท่าที่ควร

  • รับประทานแร่ธาตุสังกะสี 50 มิลลิกรัม ก่อนและหลังการฉีดโบท็อกซ์

    จากงานวิจัยพบว่าการรับประทานแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) 50 มิลลิกรัม ก่อนและหลังการฉีดโบท็อกซ์ จะช่วยให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ดีขึ้น ไวขึ้น และช่วยให้โบท็อกซ์อยู่ได้นานขึ้น โดยเฉพาะในรายที่ดื้อโบท็อกซ์ แต่หากเกินกว่านี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เนื่องจากมีฤทธิ์มากเกินไป ดังนั้น แนะนำให้รับประทานตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

  • ฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม

    การฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรฉีดถี่หรือห่างจนเกินไป ระยะเวลาที่เหมาะสมคือเว้นระยะอย่างน้อย 3 เดือน แต่ไม่เกิน 5-6 เดือน เพราะกล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานตามปกติ และต้องฉีดโบท็อกซ์โดยใช้ยูนิตมากขึ้นโดยไม่จำเป็น

ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกซ์ ที่อาจทำให้โบท็อกซ์สลายเร็วขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด

    ในช่วง 14 วันแรกหลังฉีด ควรงดการสัมผัสความร้อนและทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การออกกำลังกายหนัก ๆ ทำอาหารหน้าเตาเป็นเวลานาน เข้าซาวน่า นวดหน้า ขัดหน้า แช่น้ำอุ่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึก เช่น การทำ RF Thermage รวมถึงงดนอนคว่ำและก้มหัวต่ำกว่าระดับอก หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรงดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังฉีด

  • สิ่งที่ห้ามรับประทานหลังฉีดโบท็อกซ์

    ในระยะ 14 วันหลังฉีด งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก ฯลฯ รวมถึงอาหารที่มีรสชาติเผ็ดจัด อาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง เป็นต้น และอาหารที่ต้องรับประทานหน้าเตาร้อน ๆ เช่น หมูกระทะ ชาบู ปิ้งย่าง ตลอดจนงดสูบบุหรี่ เพราะอาจทำให้เส้นเลือดขยายตัว ซึ่งจะส่งผลต่ออายุของโบท็อกซ์ได้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรงดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังฉีด

ฉีดโบท็อกซ์ ที่ไหนดี?

ฉีดโบท็อกซ์ ที่ไหนดี? เป็นอีกหนึ่งคำถามในใจหลาย ๆ คน เนื่องจากปัจจุบัน โบท็อกซ์เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงมาก เพราะมีความปลอดภัย เห็นผลลัพธ์รวดเร็วในราคาที่ไม่สูงมาก โดยนิยมใช้ในการช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับหน้าเรียว และแก้ไขปัญหาส่วนอื่น ๆ ของร่ายกาย จึงควรพิจารณาความน่าเชื่อถือ ความสะอาด และมาตรฐานของคลินิกเป็นหลัก รวมถึงแพทย์ต้องมีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้าเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติ และบวมช้ำน้อยที่สุด

ทำไมต้องบริการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว ลดกราม ลดริ้วรอย ที่ B Clinic

· บริการให้คำปรึกษาฟรีเป็นรายบุคคล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยตรง
· บริการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว ลดกราม ลดริ้วรอยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์สูง มีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง
· ใช้ตัวยาแท้ที่ผ่าน อย. ทุกตัวเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ทุกราย
· มั่นใจได้ในผลลัพธ์และความปลอดภัยด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะของทีมแพทย์จาก BC Clinic เท่านั้น
· ช่วยแก้ไขปัญหาให้คนไข้ได้ตรงจุด เห็นผลครั้งแรกทันทีหลังการรักษา
· เครื่องมือทันสมัย ผ่านการฆ่าเชื้อทุกครั้งก่อนใช้งาน สถานที่สะอาด กว้างขวาง เป็นส่วนตัว
· ตัวยาของแท้ ปลอดภัย 100% แกะกล่องใหม่ทุกครั้งเพื่อให้คนไข้ร่วมตรวจสอบว่าเป็นของแท้

Scroll to Top